วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รูปแบบการเขียน Resume
Personal Detail
Name: 
Address: 
Age: 
Height: 
Weight: 
Date of birth
Telephone: 
E-Mail:
Educational Background: (ประวัติการศึกษา)
Training Background: (ประวัติการฝึกงาน)
Working Experience: (ประวัติการทำงาน)
Special Abilities : (ความสามารถพิเศษ)
Interests : (ความสนใจ)
References: (บุคคลอ้างอิง)
 ...................................................................
 ตัวอย่างใบปะหน้า
แบบที่ 1.
แหล่งข่าว
 
ตำแหน่ง
 
Dear Sir/Madam
           Referring to your advertize in …………........ Is position of …………….. I would appreciate to apply for this position. I very ensure that my background
and experience as serve you well. Here with my resume with file attached. I look forward to
เบอร์โทร
 
hearing from you soon or your convenience time.
อีเมลล์
 
           My contact number is ………………………
           Personal E-mail …………………………..

ลงชื่อ
 
Sincerely yours,
     ……………….………….


 
ชื่อ
 
แบบที่ 2.
แหล่งข่าว
 
วันที่
 
To…………
ตำแหน่ง
 
     I saw ……………..on………….for your position. I interesting apple to position of a………….has attracted my attention because I think that my qualifications will be fullfilled your requirements.
เบอร์โทร
 
     I shall be able to call for an interviwe at your convenience. If you need any additional information please do not hesitate to call me at………………..
    
ลงชื่อ
 
yours Sincerely,
                                                                                            …..……………………










วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ลิงก์ลิสต์ (Linked Lists)

ลิงก์ลิสต์ เป็นโครงสร้างข้อมูลแบบไดนามิก โดยที่ขนาดของมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยสมาชิกแต่ละตัวของลิงค์ลิสต์จะถูกเรียกว่าโหนด (Node) ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนของข้อมูล (Data) และส่วนที่เป็นตำแหน่งที่อยู่ของโหนดตัวต่อไปในลิงค์ลิสต์ (Next Address) หรืออาจเรียกว่า พอยเตอร์ (Pointer) ซึ่งทำให้เราสามารถกำหนดตำแหน่งของโหนดตัวต่อไปได้ด้วยคุณสมบัติเรียงลำดับของข้อมูลภายในลิสต์ที่มีลักษณะเป็นลำดับต่อเนื่อง ลิสต์แบบเชิงเส้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. ลิสต์แบบทั่วไป (General List) เราสามารถแทรกหรือลบรายการลิสต์ ณ ตำแหน่งใดๆก็ได้ แบ่งออกเป็น
-ลิสต์แบบสุ่ม ข้อมูลภายในลิสต์จะไม่เรียงลำดับ
-ลิสต์แบบเรียงลำดับ ข้อมูลภายในลิสต์จะถูกจัดเรียงอย่างเหมาะสมด้วยคีย์
2. ลิสต์แบบมีข้อจำกัด (Restricted List) การเพิ่มหรือลบข้อมูลออกจาลิสต์จะต้องกระทำที่จุดปลายด้านใดด้านหนึ่งของลิสต์เท่านั้น
การดำเนินงานพื้นฐานของลิสต์ (Basic Operations)
1. การแทรก (Insertion) สามารถแทรกได้แบบลำดับหรือแบบสุ่มก็ได้ จะใช้คีย์เป็นตัวระบุข้อมูล
2. การลบ (Deletion) จะต้องทำการค้นหาตำแหน่งข้อมูลที่ต้องการลบก่อน เมื่อพบตำแหน่งที่ต้องกาลบแล้วจึงนำสมาชิกตำแหน่งนั้นออกจากลิสต์
3. การอ่าน (Retrieval) ต้องค้นหาตำแหน่งข้อมูลที่ต้องการลบให้พบก่อน จากนั้นก็ทำการอ่านหรือดึงข้อมูลออกมาใช้งาน โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะไม่มีการเปลี่ยนแลงข้อมูลภายในลิสต์แต่อย่างใด
4. การท่องเข้าไปในลิสต์ (Traversal) มักใช้อัลกอริทึมแบบลูปในการท่องเข้าไปในลิสต์มากกว่าที่จะดำเนินการด้วยวิธีค้นหา
แนวคิดของลิงก์ลิสต์ (Linked List Concepts)
     ข้อมูลภายในหน่วยความจำจะถูกเชื่อมโยงด้วยลิงก์หรือพอยเตอร์ ดังนั้นอิลิเมนต์แต่ละตัวภายในลิงก์ลิสต์จะมีการบรรจุอดเดรสเพื่อชี้ไปยังตำแหน่งโหนดตัวถัดไป ซึ่งแต่ละโหนดก็จะบรรจุส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ
-ข้อมูล (Data)
-ลิงก์ (Link)
โครงสร้างข้อมูลแบบลิงก์ลิสต์ (Linked List Data Structure)
1. โครงสร้างโหนดส่วนหัว (Head Node Structure) จะมีเพียงหนึ่งพอยเตอร์ที่ชี้ไปยังลิสต์ ซึ่งก็คือ “เฮดพอยน์เตอร์” โครงสร้างโหนดส่วนหัวนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ Create List ขึ้นมา
2. โครงสร้างโหนดข้อมูล (Data Node Structure)
คุณสมบัติของลิงก์ลิสต์
1. ลิงก์ลิสต์จะใช้เฮดพอยน์เตอร์เป็นตัวชี้ไปยังโหนดแรกของลิสต์ ในขณะที่พอยน์เตอร์หรือลิงก์ของแต่ละโหนดก็จะเชื่องโยงลิงก์ไปยังโหนดตัวถัดไป โดยโหนดตัวสุดท้ายที่ไม่มีลิงก์ให้เชื่อมต่อจะถูกกำหนดค่าให้เป็น null
2. โหนดข้อมูลจะประกอบด้วย Data และ Link
3. ไม่มีความสัมพันธ์ทางกายภาพระหว่างโหนด
4. ข้อมูลที่จัดเก็บภายในหน่วยความจำไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน
5. กรณีที่เฮดพอยน์เตอร์ไม่มีตัวชี้หรือไม่มีสมาชิก จะถูกกำหนดค่าเป็น null ซึ่งหมายถึงลิสต์ว่างนั่นเอง
ข้อดีของลิงก์ลิสต์
1. เป็นโครงสร้างที่ง่ายต่อการเพิ่มหรือลบข้อมูล
2. ไม่จำเป็นต้องขยับอิลิเมนต์ของลิสต์ไปข้างหน้าเพื่อเกิดพื้นที่ว่าง
3. ใช้พื้นที่หน่วยความจำได้เต็มประสิทธิภาพ
อัลกอริทึมของลิงก์ลิสต์ (Linked List Algorithm)
- การสร้างลิสต์ (Create List) เป็นการกำหนดโครงสร้างโหนดส่วนหัว และกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับ Metadata สำหรับลิสต์
- การแทรกโหนด (Insert Node) เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับแทรกโหนดเข้าไปในลิสต์ ทำได้ 4 แบบ คือ
     1. การแทรกโหนดในลิสต์ว่าง เป็นการแทรกสมาชิกตัวแรกเข้าไป
     2. การแทรกโหนดที่ตำแหน่งแรก ทำให้โหนดที่เคยอยู่ลำดับแรกเดิมต้องมาต่อท้ายโหนดใหม่ที่แทรกเข้าไป
     3. การแทรกโหนดในส่วนกลางของลิสต์ ในการแทรกระหว่างสองโหนด ตัวชี้หรือลิงก์ฟิลด์ของโหนดใหม่จะชี้ไปยังโหนด Successor ในขณะที่ตัวชี้ pPre
ก็จะชี้ไปยังโหนดใหม่

     4. การแทรกโหนดที่ท้ายลิสต์ ลิงก์ฟิลของโหนดใหม่จะถูกกำหนดค่าให้เป็น null
- การลบโหนด (Delete Node) ขั้นตอนการลบโหนด
1. ค้นหาตำแหน่งของโหนดที่ต้องการลบ (pLoc)
2. เมื่อพบตำแหน่งที่ต้องการลบแล้วจะทำให้ทราบตำแหน่งแอดแดรสของ pPre
3. กำหนดลิงก์ฟิลด์ของโหนด Predecessor ชี้ไปยังโหนด Successor ซึ่งเป็นโหนดที่อยู่ด้านหลังโหนดที่ถูกลบ
4. นำพื้นที่หน่วยความจำที่เก็บโหนดที่ถูกลบไปนั้นส่งคืนแก่หน่วยความจำระบบเพื่อจะได้นำไปใช้งานอื่นต่อไป
การลบโหนด แบ่งเป็น
1. การลบโหนดที่ตำแหน่งแรก (Delete First Node)
2. การลบโหนดโดยทั่วไป (General Delete Case)
- การค้นหาข้อมูลภายในลิสต์ (Search List) หลักการค้นหาข้อมูลภายในลิงก์ลิสต์จะใช้คีย์เป็นัตวค้นหา โดยจะมีคีย์ฟิลด์ที่ใช้สำหรับเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ต้องการค้นหา
- การดึงข้อมูลจากโหนดออกมาใช้งาน (Retrieve Node) เริ่มด้วยการค้นหาโหนดจากตำแหน่งข้อมูลภายในลิสต์ หากพบข้อมูลที่ต้องการ ก็จะทำการเคลื่อนย้ายข้อมูลไปยังเอาต์พุตในส่วนของโมดูลที่เรียกใช้งาน และจะรีเทิร์นค่าตรรกะเป็นจริงกลับไป แต่ถ้าไม่พบจะรีเทิร์นค่าตรรกะเป็นเท็จกลับไป
· ลิสต์ว่าง (Empty List)
· ลิสต์เต็ม (Full List)
- จำนวนสมาชิกในลิสต์ (List Count) ภายในโมดูลจะมีเพียงประโยคคำสั่งเดียวเท่านั้น เป็นฟังก์ชันที่มีความสำคัญ
- การท่องเข้าไปในลิสต์ (Traverse List) จะเริ่มที่โหนดแรกและสแกนไปทีละโหนดจนกระทั่งสิ้นสุดที่โหนดสุดท้าย
- การยกเลิกการใช้งานลิสต์ (Destroy List) จะดำเนินการลบโหนดทุกโหนดที่ยังคงอยู่ภายในลิสต์ออกไปทั้งหมด และส่งคืนแก่หน่วยความจำระบบเพื่อนำไปใช้งานอื่นต่อไป

ลิงก์ลิสต์ชนิดอื่นๆ
1. เซอร์คูลาร์ลิงก์ลิสต์ (Circular-Linked List) จะใช้ลิงก์ของโหนดสุดท้ายเชื่อมโยงไปยังโหนดแรกของลิสต์
2. ดับเบิลลิงก์ลิสต์ (Double-Linked List) ในแต่ละโหนดจะประกอบไปด้วยพอยน์เตอร์อยู่ 2 ตัว โดยตัวแรกจะใช้สำหรับชี้ไปยังตัวถัดไป และอีกตัวหนึ่งจะชี้ไปยังตัวก่อนหน้า










วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Conversation

 

ผู้สัมภาษณ์

Could you please introduce yourself briefly?

Would you mine telling me about yourself briefly?

 

การแนะนำตัวเองแบบย่อๆ

May I introduce myself?

     My name is…………I’m now…..years old.

I have….Brothers and….sisters.

     I graduated from……………...university. I did a B.A. in………..My major was ………………….and minor was…………………………….

 

 

คำถามคุณอาจต้องเจอในการสัมภาษณ์งาน

A: Where did you graduated?

B: I graduated from……………..

A: What course did you take?

B: I did a B.A. in……………….

A: What do you doing now?

B: - I’m working at………….

- I’m still out of work.

A: What company are you working for?

B: I’m working for………………

A: What is your position there?

B: I’m working as a……………

A: When are you going to start?

B: May 1, 2011 (ตอบเป็นวันที่)

 

 

A: What salary do you expect?

B: เงินเดือนที่คาดหวัง

A: What do you do during you free time?

B: -Reading a book.

- Playing sport.

A: What do you been to abroad?

B: -Yes, I have been to……….

- No, I haven’t.

A: Can you drive a car?

B: - Yes, I can.

-No, I can’t.

A: What was you GPA?

B: (เกรดเฉลี่ยสะสม)

A: Can you speak and write?

B: - Yes, I can.

- No I can’t.

 

อาจารย์ผู้สอน อ.นงนุช บุญกล่ำ

 

 

 

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

joomla

"joomla" เป็นระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ (content management system: cms) ที่ช่วยให้การพัฒนาเว็บไซต์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว สามารถติดตั้งใช้งาน และอัพเดทข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ โปรแกรม joomla จะแบ่งเว็บไซต์ออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือ
  • frontend คือส่วนที่แสดงผลให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเนื้อหาของเว็บไซต์นั่นเอง
  • backend คือส่วนการจัดการเนื้อหารวมถึงโครงสร้างของเว็บไซต์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าส่วน administrator
เราสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ก็คือส่วนของ frontend เป็นส่วนของเว็บไซต์ที่คนอื่นจะเข้ามาดู สำหรับส่วน backend จะเป็นส่วนให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เข้าไปแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ นั่นเอง
ก่อนที่จะเริ่มสร้างเนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้น ควรทำความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง
  • section หมวดหมู่หลัก
  • category หมวดหมู่ย่อย
  • content item เนื้อหา ข้อมูลหรือบทความ
เราอาจเปรียบ Section เป็น Folder ใหญ่ ซึ่งภายในจะเก็บ Folder ย่อยในที่นี้ก็คือ Category และภายใน Category จะเป็นที่เก็บ Content Item หรือไฟล์เอกสารและไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ
ส่วนประกอบต่าง ๆ ภายใน Joomla Administrator
หลังจาก Login เข้ามาในส่วน administrator แล้ว จะพบส่วนประกอบต่าง ๆ 4 ส่วนดังนี้
 



1. Menubar คือส่วนที่แสดงชื่อคำสั่งทั้งหมดของโปรแกรม Joomla 

  

2. Infobar คือส่วนที่แสดงข้อมูลรายละเอียดต่อไปนี้    
- ชื่อของเว็บไซต์     
- ตำแหน่งปัจจุบัน (Current Location) ใน Admin Section ที่กำลังใช้งานอยู่     
- จำนวนข้อความที่ได้รับจาก Users อื่น ๆ    
- จำนวนผู้เข้าใช้งานโปรแกรม Joomla ในขณะนั้น     
- ชื่อผู้ใช้ที่ Login เข้ามา เช่น admin 


   

3. Toolbar คือเมนูคำสั่งย่อยจะปรากฏหลังจากคลิกเลือกคำสั่งบน Menubar แล้ว (อาจจะแสดงจำนวนปุ่มไม่เท่ากัน เมื่อคลิกเลือกคำสั่งบน menubar)



  

4. Workspace คือพื้นที่แสดงการทำงานต่าง ๆ ซึ่งอยู่ด้านล่าง Menubar, Infobar และ Toolbar


ที่มา: http://joomla.bu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=20&Itemid=33